aurora scattering

พฤศจิกายน 24, 2009

ออโรรา เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่มีแสงเรืองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน โดยมักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก โดยบางครั้งจะเรียกว่า แสงเหนือ หรือ แสงใต้ ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิด

aurora scattering

จาก ข้อมูลในหนังสือ ARRL HANDBOOK ได้กล่าวไว้ว่า นักวิทยุสมัครเล่น สามารถติดต่อกันได้เป็นระยะทางไกล โดยใช้ความถี่ในช่วง 28 MHz ถึง 432 MHz ใช้สายอากาศทิศทาง เล็งไปยังจุดที่เกิด Aurora ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังส่งสูง ๆ และไม่ต้องการสายอากาศทิศทางขนาดใหญ่โต กำลังเพียง 10 วัตต์ และสายอากาศยากิขนาดเล็ก ๆ ก็เพียงพอแล้วครับ

สัญญาณ Aurora-scattered สามารถรู้ได้อย่างง่ายดายเพราะว่าสัญญาณจะผิดเพี้ยนไปปจากเดิม ต้องขอขอบคุณเพื่อนนักวิทยุที่บันทึกเสียงการติดต่อสื่อสารให้เราได้ฟัง เพราะว่า Aurora ไม่ได้เกิดขึ้นแถวบ้านเรา

Link :: http://www.hs8jyx.com/html/aurora_scattering.html

ข้อมูลเพิ่มเติม
คำ ว่า “Aurora Borealis” แปลว่า “แสงเหนือ” (Northern Light) ส่วน “Aurora Australis” แปลว่า “แสงใต้” (Southern Light) และคำว่า “Aurora Polaris” แปลว่า “แสงขั้วโลก” ใช้เรียกทั้งแสงเหนือและแสงใต้

อ้างอิงมาจาก วิกิพีเดีย ถึง สถานที่และโอกาสการเกิดออโรรา

สถานที่ ความถี่ในการปรากฏ
เมือง Andenes ประเทศนอร์เวย์ เกือบทุกคืนที่ฟ้าโล่ง
เมือง Fairbanks รัฐอลาสกา 5 – 10 ครั้งต่อเดือน
เมือง Oslo ประเทศนอร์เวย์ 3 คืนต่อเดือน
สกอตแลนด์เหนือ เดือนละครั้ง
พรมแดนสหรัฐ/แคนาดา 2 – 4 ครั้งต่อปี
เม็กซิโก และ เมดิเตอเรเนียน 1 – 2 ครั้งใน 10 ปี
ประเทศตอนใต้ทะเลเมดิเตอเรเนียน 1 – 2 ครั้งในศตวรรษ
แถบศูนย์สูตร 1 ครั้งในรอบ 2000 ปี

การลักลอบใช้ความถี่ การก่อกวน มีทั่วโลกจริง ๆ

พฤศจิกายน 24, 2009

ข่าวจากหนังสือ World Radio Online December 2009

มีการมาแอบใช้ความถี่ 14.002.2MHz โดยปกติช่องความถี่นี้
จะเป็นความถี่สำหรับนักวิทยุสมัครเล่น ใช้รับส่งรหัสมอร์ส (CW)
การติดต่อรุปแบบเสียง SSB นั้นไม่ถูกต้องอยู่แล้วครับ ยิ่งถ้าเอามาคุยเล่น
เหมือนคุยโทรศัพท์ ยิ่งผิดเข้าไปใหญ่ รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่
นักวิทยุสมัครเล่น แต่เป็นการลักลอบใช้ความถี่


ข่าวจากหนังสือ World Radio Online November 2009

ย่าน 40 เมตร มีคนมาแอบใช้ โดยชาวประมงชาวโปรตุเกส มีข่าวแบบนี้อาจจะเสียหายกันทั้งประเทศ
อย่า คิดว่าการแอบใช้ความถี่ไม่มีใครแอบฟัง คนไทยก็มีมาแอบใช้ความถี่เหล่านี้เหมือนกัน สำเนียงคนภาคกลาง และบางครั้งตอนบ่าย ๆ ก็มีชาวประมงไทย ใช้ด้วย


การสื่อสารแบบ Multi-hop

พฤศจิกายน 21, 2009

การสื่อสาร แบบ Multi-hop คลื่นที่เราส่งไปบนฟ้า เมื่อมีการหักเหลงมายังพื้นโลก ถ้าหากมีความแรงพอ อาจจะสะท้อนกลับ ขึ้นไปบนฟ้า แล้วหักเหกลับมายังพื้นโลกอีกครั้ง ดังในรูป เป็นสัญญาณหมายเลข 3 จากเครื่องส่ง T มายัง เครื่องรับ R1 เท่ากับ 1 Hop และไปยังเครื่องรับ R 2 เท่ากับ 2 Hop

การสื่อสาร แบบ Multi-hop

ภาย ใต้สภาวะที่เหมาะสม ระยะทางที่สื่อสารกันได้แบบ 1 Hop สามารถไปได้ไกลถึง 2000 – 3000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับมุมยิง แต่มุมยิงจะต่ำกว่าขอบฟ้าไม่ได้ ฉะนั้นการสื่อสารไกลกว่านี้ เราต้องใช้แบบ Multi-hop แต่อย่าลืมว่า ทุก ๆ Hop จะมีการลดทอนสัญญาณอย่างมาก

การสื่อสาร แบบ Multi-hop

การสื่อสาร แบบ Multi-hop มีเส้นทางการเดินทางได้หลายรูปแบบ สามารถสะท้อนได้ทั้งชั้น E และ F ในรูป E เราจะเรียกว่า Pedersen Ray แบบนี้สามารถติดต่อได้อย่างน้อย 4,000 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ไกลที่สุดสำหรับการติดต่อสื่อสารแบบ 1 hop

Link :: http://www.hs8jyx.com/html/multi_hop.html


อัตราการขยายของสายอากาศแบบ LOOP ชนิดต่าง ๆ

พฤศจิกายน 21, 2009

ตารางแสดงคุณสมบัติของสายอากาศแบบ Loop แบบต่าง ๆ ที่มีเส้นรอบวง 1 lambda

แบบของสายอากาศ Gain dBi Gain dBd ความต้านทานการแพร่คลื่น (โอห์ม)
แบบวงกลม
(Circular Loop)
3.49 1.34 133
แบบสีเหลื่มจัตรัส
(Square Loop)
3.14 0.99 117
แบบสีเหลียมขนมเปียกปูน
(Diamond Loop) ป้อนสัญญสาณเข้าที่มุม
3.147 0.99 117
แบบสามเหลื่ยม (Delta Loop)
2.82 0.67 106
ตารางแสดงคุณสมบัติของสายอากาศแบบ Loop แบบต่าง ๆ

21 พ.ย. 52 นี้ Mongolian DX Contest

พฤศจิกายน 20, 2009

http://img524.imageshack.us/img524/757/001bgd.jpg

The Mongolian Amateur Radio Society (MARS) promotes and organizes the “Mongolian DX Contest”. MARS has the honor to invite all Licensed Amateurs and SWLs throughout the World to participate the annual “Mongolian DX Contest.

Purpose of contest
The objective of the contest is to establish as many contacts as possible between Radio Amateurs around the World and Radio Amateurs of Mongolia.

ชาวมองโกเลีย เขาก็มีใจที่จะส่งเสริมกิจการวิทยุสมัครเล่นนะ

โหลดเอกสารได้ที่นี่ www.harts.org.hk/Rules_JTDXContest_Eng.pdf


คำถามจากสมาชิกหลายท่าน

พฤศจิกายน 17, 2009

ผมได้รับอีเมลล์ จากสมาชิกใหม่ ๆ หลายท่าน ที่สับสนในเรื่องของวิทยุสมัครเล่น เห็นรุ่นพี่คุยกันได้ทั้งวัน พูดง่าย ๆ ว่า ไม่ยอมให้ความถี่ว่างกันเลย

ผมอยากจะบอกว่า ถ้าแค่หยิบวิทยุขึ้นมาคุย รู้แค่หลักการคุย รู้ Q Code มันไม่ค่อยเหมาะสมกับการเรียกตัวเองว่าเป็นนักวิทยุสมัครเล่น นักวิทยุสมัครเล่นต้องศึกษา เรียนรู้ เกียวกับทุกอย่างของวิทยุ อันใหนทดลองได้ก็ให้ทดลองด้วยตัวเอง อันใหนทดลองไม่ได้ มันอาจจะติดเรื่อง งบประมาณ หรือกฏหมด ก็ให้อ่าน ศึกษาให้มันผ่านตาไปก่อน  ยิ่งศึกษา ยิ่งสนุก ยิ่งรู้มากขึ้นยิ่งไม่อยากจับวิทยุมาคุย แต่อยากนำมาทดลองแทน

เรื่องของรีพิตเตอร์
รีพิตเตอร์นั้น เป็นการประยุกต์ เอาความรู้จากการศึกษาของนักวิทยุสมัครเล่น เพื่อนำไปใช้งาน ย้ำว่าเพื่อการใช้งาน ประสานงาน เวลามีกิจกรรม อะไรต่าง ๆ แต่รีพิตเตอร์ ไม่ควรจะเป็นแหล่งชุมนุมของคนอยากคุย การคุยกัน แซวกัน ไม่นานก็อาจจะมีการไม่พอใจกัน อันนี้ไม่ใช่ กิจอะไรของนักวิทยุสมัครเล่น และถ้าต้องการศึกษาเรียนรู้ เกี่ยวกับคลื่นวิทยุ รีพิตเตอร์ไม่ใช่ทางออกสำหรับเรื่องนี้ครับ


ทดสอบความสามารถในการรับรหัส Morse ของตนเองด้วย RufzXP

พฤศจิกายน 16, 2009

RufzXP เป็นโปรแกรม ฟรีอีกตัวหนึ่ง ใช้ในการฝึกการรับรหัส Morse ที่สามารถ ปรับระดับความเร็ว ในการทดสอบได้ สามารถสุ่มโทนเสียง ในแต่ละตอนได้ สามารถเลือกทดสอบ ว่าจะเอาเฉพาะตัวอักษร หรือว่า จะรวมตัวเลข และสัญลักษณ์ เข้าไปด้วยก็ได้ …

ให้ไปดาวน์โหลดโปรแกรม มาจากเวบ www.rufzxp.net และก่อนที่เราจะเล่นโปรแกรมนี้ อย่างน้อย ๆ เราก็ต้องจำรหัส Morse ให้ครบทุกตัวก่อนนะครับ

RufzXP

หน้า ตาของโปรแกรม RufzXP หลังจากติดตั้งเสร็จ พร้อมใช้งาน ต่อไปให้เราเลือกโหมดในการเล่น โปรแกรมก่อนนะครับ ขั้นแรกที่เราฝึกรหัส Morse เราก็เลือกโหมด Trainer ก่อน เพื่อเป็นการเรียนรู้จนชำนาญก่อนจะไปโหมดอื่น ๆ

RufzXP

จากนั้นเรามากำหนดรายละเอียด ในโหมด Trainer กันก่อน โดยกด F11 หรือไปที่ Mode – Setting

RufzXP

ในส่วนของ Setting นี้ เราสามารถกำหนด ว่าเราจะเลือกรับรหัสมอร์สในรูปแบบใด เช่น รับเฉพาะตัวอักษร รับเฉพาะเครื่องหมาย หรือรับทั้งหมด สามารถกำหนดความยาวของกลุ่มตัวอักษร ในแต่ละคำได้ ในรูปคือ 5 ตัวอักษร ต่อ 1 กลุ่มคำ

จากนั้นก็คลิก START แล้วใส่ ชื่อ ผู้ใช้เข้าไป จากนั้นก็เลือกระดับความเร็ว เป็นคำต่อนาที หรือ ตัวอักษรต่อนาทีได้ ความเร็วต่ำสุดที่โปรแกรมอนุญาตให้ใช้คือ 8 คำต่อหรือ 40 ตัวอักษรต่อนาที

RufzXP

กรณีที่พิมพ์ รหัส Morse ถูกทุกตัวที่ส่งมา ตัวอักษร ทางขวามือ จะเป็นสีเขียว รูปตัวการ์ตูนจะยิ้ม

เมื่อ เลือกความเร็วเสร็จ แล้ว Enter เสียงรหัส Morse ก็จะดังขึ้น จากนั้น ให้เราแปลเสียงที่ได้ยิน แล้วก็พิมพ์ลงในช่องว่าง เมื่อเสียงหยุดเราก็ Enter อีกครั้ง ถ้าตัวใหน ฟังไม่ทันให้ใส่ * เข้าไป (ไม่ทันจริง ๆ ก็ไม่ต้องเครียดมากครับ ฝึกต่อไป)

เพื่อเป็นกำลังใจในการฝึก ให้เราเข้าไปดู คะแนนของคนอื่น ๆ ที่เขาทำได้กัน โดยเข้าไปที Tools – International Toplist หรือกดปุ่ม Ctrl + F12

RufzXP

เราก็จะเห็นคนที่เขารับรหัส Morse ด้วยความเร็วสูง ๆ กัน

การฝึก ไม่จำเป็นต้องรับให้ถูกหมดทุกตัวแล้วค่อยเพิ่มความเร็วนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เราฝึก 8 คำต่อนาที และรับได้ประมาณ 80 เปอร์เซนต์ ให้เราเพิ่มความเร็วได้เลย เป็น 10 หรือ 12 คำต่อนาที และถ้าเราฝึก 10 -12 สักพัก พอเรากลับมารับ 8 คำต่อนาที เราจะเห็นว่า 8 คำต่อนาทีนั้นช้า ไปเลย


ประเภทและหลักการทำงานของเครื่องรับวิทยุ

พฤศจิกายน 16, 2009

หลักการทำงานของเครื่องรับวิทยุ เครื่องรับวิทยุ เราจะแบ่งได้หลายแบบ เช่น
1. เครื่องรับวิทยุแบบแร่ (Crystal Radio )

เครื่องรับวิทยุแบบแร่ (Crystal Radio )

เครื่องรับวิทยุแบบแร่ ถือเป็นวงจรเบื้องต้นของเครื่องรับวิทยุ สามารถประกอบได้ง่ายที่สุด ราคาถูก ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า “free-power” radio (บางรุ่นอาจจะดัดแปลงให้มีเสียงออกทางลำโพง จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า)

ตัวอย่าง วงจร เครื่องรับวิทยุ AM แบบแร่

ตัวอย่าง วงจร เครื่องรับวิทยุ AM แบบแร่

เมื่อสายอากาศ และสายดิน ถูกต่อเข้า กับวงจร จะมีสัญญาณไฟฟ้าขนาดเล็ก ๆ ผ่านมายังวงจรจูน (tuned circuit) ที่ประกอบด้วย L1 และ C1 จุดที่เราต้องการเราเรียกว่า resonant frequency เป็นการเลือกรับความถี่ และถ้าเราต้องการที่จะเปลี่ยนความถี่ที่จะรับ เราก็เปลี่ยนค่าของ C1 (วงจร A)

ความถี่ที่เลือกรับมาแล้วนั้น จะถูกส่งมายัง D1 เพื่อทำหน้าที่ detector ไดโอดที่ใช้จะเป็น ที่มีแรงดันตกคร่อมต่ำ ถ้ามองเข้าไปจะเห็นเส้นลวดเล็ก ๆ ฝรั่งเขาเรียกว่า “cat’s whisker” ซึ่งคล้ายหนวดแมว จากคุณสมบัติของไดโอด คือยอมให้กระแสใหลผ่านได้ทางเดียว สัญญาณที่ผ่านวงจรนี้ไปได้ ก็จะมีเพียงแค่ ซึกเดียว (วงจร B) C2 ทำหน้าที่ bypass ความถี่วิทยุลงกราวด์ เหลื่อเฉพาะคลื่นเสียง เท่านั้นที่ผ่านไปยังหูฟัง H1 ได้

วิทยุแบบแร่ มีความสามารถในการแยกเยะสัญญาณไม่ดี โดยจะรับสัญญาณเข้ามาทั้งหมด (all AM broadcast signals) สัญญาณความถี่ใหนแรงกว่า ก็จะบดบังสถานีที่มีสัญญาณอ่อน ๆ

"cat’s whisker" ซึ่งคล้ายหนวดแมว

2. เครื่องรับวิทยุแบบ Regenerative

เครื่องรับวิทยุแบบ Regenerative

3. เครื่องรับแบบ จูนความถี่ TRF (Tuned Radio Frequency Receiver)

เครื่อง รับวิทยุแบบแร่ มีประสิทธิภาพการรับสัญญาณ ไม่ดี ไม่มีการขยาย ประสิธิภาพการเลือกรับสัญญาณไม่ดี สัญญาณที่แรง ๆ อยากแทรกแซงเช้ามาได้ จึงมีคนคิดค้นวิทยุแบบ TRF ขึ้นมาแทน ซึ่งมีการรับสัญญาณที่ดีกว่า

TRF receiver แบบจูนครั้งเดียว ใช้กันในสมัยแรก ๆ

TRF receiver แบบจูนครั้งเดียว ใช้กันในสมัยแรก ๆ

เครื่องรับ TRF receiver แบบจูนหลายครั้ง

เครื่องรับ TRF receiver แบบจูนหลายครั้ง เป็น วงจรที่พัฒนามาจากแบบแรก การจูนแต่ละครั้งจะทำหลังจากภาคขยายในแต่ละส่วน (ใช้วงจร L-C resonant ในการจูน) เครื่องรับแบบนี้นำมาใช้มากในย่าน very low frequency (VLF) หรือ อาจจะเรียกว่า whistler receiver สำหรับการเฝ้าดู solar flares (เพลิงที่ลุกโชติชั่วขณะหนึ่ง บนดวงอาทิตย์ ) และ sudden ionospheric disturbances (SIDs)

ทดลองฟังเสียง whistler

ตัวอย่างวงจร เครื่องรับแบบ TRF แบบง่าย ๆ ประกอบด้วย 4 ส่วนพื้นฐาน คือ reception, selection, demodulation, และ reproduction

ตัวอย่างวงจร เครื่องรับแบบ TRF

4.เครื่องรับวิทยุแบบ ซูเปอร์เฮเทอโรดายน์ (Superheterodyne Receiver)

เครื่อง รับวิทยุแบบ superheterodyne มีใจความสำคัญอยู่ตรงที่ การเปลี่ยนความถี่ RF ที่รับเข้ามาหลาย ๆ ความถี่เป็น เดียวเป็นค่ากลาง ๆ (intermediate frequency : IF) ความถี่ IF นี้จะสามารถทำให้สูงกว่า (high-side injection) หรือต่ำกว่า (low-side injection) ความถี่ RF ที่รับมาก็ได้ ระบบ superheterodyne ในสมัยแรก ๆ จะทำให้ความถี่ IF สูงกว่า ความถี่ RF แต่ปัจจุบันจะทำให้ความถี่ IF ต่ำกว่า เนื่องจากความถี่ต่ำจะมีความยุ่งยากน้อยกว่า

AM radio block diagram

AM radio block diagram

ยก ตัวอย่างเครื่องรับ AM แบบ ซูเปอร์เฮเทอโรดายน์ วงจรที่สำคัญของระบบนี้คือ Local Oscillator และวงจร Mixer สัญญาณ RF จะถูกแปลงเป็นความถี่ IF ค่าตายตัวค่าหนึ่ง โดยทั่วไปวิทยุ AM จะใช้ความถี่ IF เท่ากับ 455 KHz

ใน วงจร Mixer จะทำการผสมสัญญาณRF กับสัญญาณจาก Local Oscillator ซึ่งความถี่ทั้งสองนี้จะห่างกันอยู่ เท่ากับ 455 KHz พอดี (ห่างกันเท่ากับความถี่ IF) สมมุติว่าเราต้องการรับสัญญาณวิทยุ AM ที่ความถี่ 1000 KHz วงจรขยาย RF ก็ต้องจูนและขยายความถี่ 1000 KHz เป็นหลัก และยอมให้ความถี่ไกล้เคียงบริเวณ 1000 KHz เข้ามาได้เล็กน้อย การจูนความถี่นอกจากจะจูนภาคขยาย RF แล้วยังจะจูนวงจร Local Oscillator ด้วย (วิทยุ AM แบบใช้มือจูน) ความถี่ของ Local Oscillator จะเท่ากับ 1000 KHz +455 KHz = 1455 KHz พอดี

เมื่อสัญญาณทั้ง RF และจาก Local Oscillator ป้อนเข้ามาที่วงจร Mixer ซึ่งเป็นวงจรที่ทำงานแบบ นอนลิเนียร์ สัญญาณที่ออกมาจะมี่ทั้งสัญญาณผลบวกและผลต่าง เมื่อป้อนให้กับวงจร IF ซึ่งจูนรับความถี่ 455 KHz ดังนั้นสัญญาณผลรวมจะถูกตัดทิ้งไป คงไว้แต่สัญญาณของความถี่ผลต่าง (1455 KHZ – 1000 KHz = 455 KHz)

วงจรขยาย IF ก็คือวงจรขยาย RF ที่จูนความถี่เอาไว้เฉพาะ ที่ความถี่ 455 KHz วงจรขยาย IF อาจจะมีด้วยกันหลายภาค เพื่อให้มีอัตราการขยายสัญญาณที่รับได้สูง ๆ และ การเลือกรับสัญญาณที่ดี เนื่อจาหวงจรนี้ขยายความถี่คงที่จึงทำให้ง่ายต่อการออกแบบ สัญญาณที่ขยายแล้วจะเข้าสู่กระบวนการ Detector เพื่อแยกสัญญาณเสียงออกมา

FM radio block diagram

FM radio block diagram

SSB shortwave receiver block diagram

SSB shortwave receiver block diagram

สัญญาณวิทยุ เข้ามาที่สายอากาศ ผ่านวงจร RF Amplifier ขยายสัญญาณคลื่นวิทยุที่รับได้ให้เแรงขึ้น แล้วส่งสัญญาณไปผสม (Mixer) กับความถี่ที่ กำเนิดภายในตัวเครื่องรับวิทยุเอง (Local Oscillator) จากนั้นเราจะได้สัญญาณ ที่มีความถี่ต่ำลงมา เรียกว่าความถี่ IF (Intermediate Frequency) เมื่อได้ความถี่ IF มาแล้ว ก็จะทำการขยายให้แรงขึ้นโดย วงจร IF Amplifier แล้วผ่านไปยัง วงจร Detector ซึ่งทำหน้าที่กรองสัญญาณความถี่วิทยุออกไป เหลือแต่คลื่นความถี่เสียง (AF) แล้วจึงขยายสัญญาณให้แรงขึ้นอีกครั้ง (AF Amplifier) เพื่อส่งออกลำโพงต่อไป

ความถี่เงา Image Frequency (fimage)

  • (fimage) = Fc + 2fIF กรณีที่ fLO > Fc (high-side injection)
  • (fimage) = Fc – 2 fIF กรณีที่ fLO < Fc (low-side injection)

Superheterodyne แบบ Double และ Triple-Conversion Receivers

Double-conversion receiver.


ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของเครื่องรับแบบ ซูเปอร์เฮเทอโรดายน์

 

ก.สามารถเลือกรับความถี่สถานีที่ต้องการแบบเฉพาะเจาะจงได้
ข.สามารถเปลี่ยนความถี่ Local Oscillator เพื่อเลือกรับฟังคลื่นวิทยุจากสถานีที่มีความถี่แตกต่างกันได้
ค.รับได้เฉพาะสถานีวิทยุที่มีความแรงมากกว่าได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถรับแบบเฉพาะเจาะจงได้
ง.ข้อ ก.และข้อ ข. ถูกต้อง

คำตอบคือ ข้อ ค.รับได้เฉพาะสถานีวิทยุที่มีความแรงมากกว่าได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถรับแบบเฉพาะเจาะจงได้

What is the mixing process?

A. The elimination of noise in a wideband receiver by phase comparison
B. The elimination of noise in a wideband receiver by phasedifferentiation
C. The recovery of the intelligence from a modulated RF signal
D. The combination of two signals to produce sum and differencefrequencies

คำตอบคือ วงจร mixing ทำหน้าที่ ผสมความถี่ 2 ความถี่เข้าด้วยกัน เพื่อจะหา ผลรวม หรือผล ต่าง แล้วแต่การออกแบบวงจร D. The combination of two signals to produce sum and differencefrequencies

ข้อเสียของเครื่องรับ แบบ TRF

ถึงแม้จะมีความไวในการรับสัญญาณดีขึ้น (กว่าเครื่องรับแบบแร่ ) และสามารถแยกรับสัญญาณ (Selecttivity) ได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร มีความยุ่งยากในการสร้างวงจรจูนความถี่ การเพิ่มความไวในการรับทำได้ยาก เพราะเครื่องรับจะส่งสัญญาณออกไปรบกวน เครื่องรับข้างเคียง การรับสัญญาณของแต่ละสถานี จะแตกต่างกันมาก สถานีที่ไกล้ ๆ ก็จะแรงมากเกินไป ส่วนสถานีที่ไกล ก็จะเบามาก

เครื่องรับวิทยุแบบ Regenerative

Link :: http://www.hs8jyx.com/html/receiver.html


Callsign ล่าสุดของแต่ละปี เท่าที่หาได้ HS8JYX รวบรวม

พฤศจิกายน 15, 2009

Callsign ล่าสุดเมื่อเดือน กันยายน 2534

Callsign ล่าสุดเมื่อเดือน กันยายน 2534

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2535

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2535

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤษจิกายน 2535

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤษจิกายน 2535

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2536

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2536

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2536

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2536

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2537

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2537

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2541

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2541

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2542

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2542

Callsign ล่าสุดเมื่อเดือน ธันวาคม 2542

Callsign ล่าสุดเมื่อเดือน ธันวาคม 2542

Callsign ล่าสุดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2543

Callsign ล่าสุดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2543

ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2543

ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2543

Callsign ล่าสุดเมื่อเดือน สิงหาคม 2544

Callsign ล่าสุดเมื่อเดือน สิงหาคม 2544

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2546

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2546

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2548

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2548

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2549

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2549

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2550

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2550

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2551

Callsign ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2551

  • เขต 1 ใช้ HS1, HS0, E20, E21, E23, E24, E25 และ E26 (กรุงเทพมหานคร ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี สมุทรปราการ สระบุรี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง)
  • เขต 2 ใช้ HS2 และ E27 (จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว)
  • เขต 3 ใช้ HS3 และ E27 (ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ)
  • เขต 4 ใช้ HS4 และ E27 (กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี )
  • เขต 5 ใช้ HS5 และ E28 (เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์)
  • เขต 6 ใช้ HS6 และ E28 (กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุทัยธานี)
  • เขต 7 ใช้ HS7 และ E29 (กาญจนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร  สุพรรณบุรี)
  • เขต 8 ใช้ HS8 และ E29 (กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี)
  • เขต 9 ใช้ HS9 และ E29 (ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล)

Link :: http://www.hs8jyx.com/html/callsign.html


สภาพอากาศต่อการแพร่กระจายคลื่นย่าน VHF

พฤศจิกายน 15, 2009

ผลของสภาพอากาศต่อการแพร่กระจายคลื่น เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ดูเหมือนจะลึกลับเอาการ สำหรับนักวิทยุสมัครเล่นมือใหม่ ทำไมบางครั้งยิ่งดึกยิ่งรับสัญญาณได้ดียิ่งขึ้น ? ทำไมตอนก่อนพระอาทิตย์ขึ้นสัญญาณที่รับได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็ว ? ทำไมเดือนนั้นเดือนนี้จึงรับสัญญาณทางไกลได้ดี ขณะที่บางเดือนรับสัญญาณได้แย่ลง ?

รูปแสดงความสำพันธ์ระหว่างความชื้นของอากาศและความแรงของสัญญาณที่รับได้

รูปแสดงความสำพันธ์ระหว่างความชื้นของอากาศและความแรงของสัญญาณที่รับได้

จากรูปจะแสดงให้เห็นว่า ถ้าความชื้นของสายอากาศในเส้นทางผ่าน ระหว่าง เครื่องรับและเครื่องส่ง มีค่าน้อยลงสัญญาณที่ได้จะแรงขึ้น ถ้าวันที่ฝนตก สัญญาณที่ได้จะลดลง

รูปแสดงความสำพันธ์ระหว่างความสูงของเมฆและความแรงของสัญญาณที่รับได้

รูปแสดงความสำพันธ์ระหว่างความสูงของเมฆและความแรงของสัญญาณที่รับได้

จากรูปจะแสดงให้เห็นว่า ถ้าระดับความสูงของเมฆสูงขึ้น สัญญาณจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่าง ช้า ๆ ซึ่งจะขัดแย้งกับความเชื่อที่ว่า ถ้าเมฆอยู่ต่ำจะทำหน้าที่เหมือนท่อนำคลื่น ทำให้สัญญาณไปได้ไกล และแรงขึ้น ผลการทดลองนี้จะสอดคล้องกับรูปแรก คือในตอนที่ฝนตกเมฆจะลอยลงมาต่ำ

รูปแสดงความสำพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและความแรงของสัญญาณที่รับได้

รูปแสดงความสำพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและความแรงของสัญญาณที่รับได้

จากรูปจะแสดงให้เห็นว่า ถ้าอุณหภูมิในช่วงเส้นทางผ่านของสัญญาณลดลง สัญญาณจะแรงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อเดิมที่ว่า สัญญาณจะแรงขึ้นในหน้าหนาวและ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส


การทดลองแบบง่าย ๆ ของผมเอง

การทดลองรับสัญญาณ ระหว่างวันที่ฝนตก และวันที่ฝนไม่ตก ท้องฟ้าโปร่ง โดยอาศัยสถานีวิทยุ ของเพื่อนสมาชิก “อาสารวมใจท่าชนะ ” ที่ความถี่ 144.400 MHz จะมีการทดสอบสัญญาณ ตอนประมาณ 20.00 น. ของทุกวัน

ถ้าวัดระยะทางอากาศจาก Google Earth ก็ประมาณ 170 กิโลเมตร

ถ้าวัดระยะทางอากาศจาก Google Earth ก็ประมาณ 170 กิโลเมตร

ข้อมูลสถานีของผมคือ

  • เครื่องวิทยุ ICOM IC-2100T
  • สายอากาศรอบตัว V2 3 ชั้น
  • สายอากาศวางบนชั้น 2 ของบ้าน (ส่วนฐานของสายอากาศสูงกว่าหลังคาบ้านประมาณ 3-4 เมตร)
  • การทดลองนี้ใช้เวลาภายในเดือนเดียวกัน แต่นำไฟล์วีดีโอมาลงแค่ 2 ไฟล์เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ

Link :: http://www.hs8jyx.com/html/vhf_climate.html

ผลการรับสัญญาณ ในวันที่ฝนตก

ผลการรับสัญญาณ วันที่ฝนไม่ตก ท้องฟ้าโปร่ง

ผลของการทดลองก็คือ วันที่อากาศโปร่ง ฝนไม่ตก จะรับสัญญาณได้ดีกว่าพอสมควร